พบว่าที่ศาสนาพุทธต้องปฏิบัติเพราะว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ที่ต้องการจะสอนนี้มันพูดบอกไม่ได้ มันต้องทำถึงจะอ๋อ มันอธิบายก็ไม่เข้าใจ เพราะมันจับต้องไม่ได้ มันมองเห็นไม่ได้ มันบอกได้แค่ว่า ให้ทำแบบนี้แบบนี้ แล้วถึงเวลานึงมันก็จะได้และเข้าใจเอง
เริ่มใหม่ ในแบบใหม่
ช่วงนี้กลับมานั่งได้อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง โดยมากจะเป็นนั่งช่วงเช้านอกห้อง ไม่มีคนกวน และเลิกตั้งนาฬิกาปลุก เพราะเด็กๆปิดเทอมอยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาต้องออกจากสมาธิมากนัก แค่กะๆเวลาเอาเองไม่ให้ไปทำงานสายเกิน
ก็ช่วงแรงตอนเริ่มกลับมานั่งไม่สามารถเข้าสมาธิได้เลย ติดหลุดตลอด เหมือนฝึกใหม่ รู้สึกเสียเวลาและน่าหงุดหงิดมาก เลยปรับใหม่ มาลองเป็นเดินก่อน แล้วค่อยนั่ง เหมือนเวลาเข้าค่ายที่มหาจุฬา ก็ดีขึ้นเยอะ
เลยได้พบว่า จริงๆแล้วความสุขจากวิปัสนากับความสุขจากอารมณ์สมาธินั้นมันคนละรสชาติกัน คือมันอร่อยคนละแบบ
ก็ช่วงนี้เลยปรับเป็นทำวิปัสนาหมดเลย ทั้งเดินทั้งนั่ง มีบ้างที่พาทำนั่งหนอจนเริ่มนิ่งก็ลองปรับจิตเข้าอารมณ์สมาธิดู แต่ทุกครั้งที่เข้าสมาธิจะหลุดตลอด คือจิตฟุ้งซ่านเหมือนปกติ
แต่ถ้าทำนั่งหนออย่างเดียวจิตจะไม่ค่อยหลุด ถึงหลุดก็หลุดไม่นาน แล้วก็ทางในการนั่งจะไม่ค่อยเปลี่ยน คือถ้าหลังตรงก็จะตรงอยู่แบบนั้นเลย จะไม่มีหลังค่อมจะไม่มีตัวเอียง ก็แปลกดี
หวังว่าจะไม่เสื่อมอีก กว่าจะฟื้นเข้าที่แต่ละทีนี่ลำบาก
สุขจากสติ สุขจากสมาธิ
เมื่อเช้าลุกขึ้นมา พยายามจะนั่งให้ต่อเนื่อง ไม่อยากจะหยุด ปรากฏว่านั่งไม่ได้ เพราะง่วงมาก ใกล้จะล้มตัวลงนอนเพราะจะไม่ไหวเอา เลยใส่ความพยายามอีกนิด ดีดตัวขึ้นมา ออกไปเดินนอกห้องดีกว่า
ก็เลยกลายเป็นเดินไปแทน ก็ดีกว่านอน เลยพบว่า สุขจากสมาธิและสุขจากสตินี่มันคนละความรู้สึก และมันแตกต่างกัน คือมันไม่เหมือนกันเลย ก่อนหน้านี้เคยคิดว่า สมถะกับวิปัสสนามันก็คงจะคล้ายๆกัน แต่จริงแล้วมันต่างเลย คือ
สมาธิมันจะนิ่ง สงบ คือเป็นสุขจากความสงบ แต่การมีสตินี่มันไม่สงบเลย คือมีอะไรมันก็รู้ คือรู้ทุกอย่าง มันไม่สงบนิ่ง แต่มันสงบจากการที่รู้แล้วเราไม่ไปปรุงแต่งมัน คือมันเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่เป็นสุขจากการที่เรามีสติ
พบว่า จริงๆแลล้วเดินจงกรมนี่มันก็เพลินดีนะ จิตไม่ค่อยลอยออกนอกสักเท่าไหร่ด้วย เข้าใจเลยว่าทำไมที่ค่ายพระอาจารย์ถึงให้เดินก่อน แล้วค่อยมานั่ง
ค่ายวิปัสสนา #3
ก็ เมื่อศุกร์ – อาทิยต์ที่ผ่านมา ไปอยู่ค่ายที่มหาจุฬาเช่นเคย
- ครั้งนี้ไปคนเดียว ไม่มีใครไปด้วย
- คนเยอะเป็นพิเศษ น่าจะเฉียดๆ 300
- ก่อนวันไปสักสองสามวัน
- อาการปวดส้นเท้าทุเลาลงอย่างน่าผิดสังเกตุ พอกลับมาแล้วกลายเป็นปวดอย่างเดิม
- ครั้งนี้ปฏิบัติไม่ได้อะไรเลย อาจเพราะไม่ได้ปฏิบัติมานาน + ศีลพร่องอยู่สม่ำเสมอ
- ไม่ได้คุยกับใครมากนัก อยู่แก๊งผู้ชายนี่ดีจริงๆ
- วันท้ายให้กินเจทุกคน เพราะมีปัญหาเรื่องการจัดการกับคนหมู่มากเล็กน้อย พบว่า เข้าค่ายแล้วกินเจก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ ไว้รอบหน้าจะลอง
- เพื่อนฝากทำบุญ เลยเขียนชื่อรวบเป็นใบเดียวกัน ปรากฏว่า เข้าตัดนามสกุลของเพื่อนออก เลยกลายเป็นคนครอบครัวเดียวกันซะ
- ตอนลาศีล 8 สมาทานศีล 5 ผมรับมาแค่ 3ข้อ เว้น 3-4 ไว้
ไว้รอบหน้าว่ากันใหม่
นะคะ ประตูน้ำ #2
ต่อจาก entry ก่อน เดินออกจาก พหลเธียเตอร์ อยากไป นะคะ อยู่หลายวัน คิดว่าไปวันนี้น่าจะดี + ก็อยากไปอ่ะ เลยขึ้นรถไฟฟ้าสถานีสะพานควาย
คราวนี้เลือกน้องน้ำ พบว่า
มือหนักดี เมื่อยๆมานี่แจ่มเลย
น้องที่นะคะนี่ หน้าไม่ตรงปก ไม่ได้ถึงกันหน้าไม่ตรงปก เพียงแต่ในภาพมันสวยไป แล้วภาพก็น่าจะเก่าสักปีได้ หรือไม่ก็นานกว่านั้น
เสร็จไปสองรอบ เนื่องด้วยรอบแรกพลาด เร็วเกิน น้ำเลยชดเชยให้
ได้รับคำชมว่า เก่งจัง ทำได้ไงสองรอบต่อเนื่อง
เลือกคอร์สหนึ่ง
เงินทอนติปไปหมดเลย แต่ดูท่าจะยังน้อยอยู่
นะคะเยี่ยม
