Archive for มิถุนายน, 2009

แผ่เมตตา

ด้วยผลบุญจากกุศลกรรมนี้ ข้าพเจ้าประกอบไว้ดีแล้ว ขอผลบุญนี้จงสำเร็จแก่พ่อแม่ญาติสนิทมิตรสหายครูบาอาจารย์ ตลอดจน เทวดา อินทร์ พรหม ยม นาค เปรต อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอพวกเขาเหล่านั้นจงได้รับผลบุญนี้ โดยทั่วกันเทอญ

อันนี้บทแผ่เมตตาฉบับขี้เกียจเปิดหนังสือ เลยว่าเอาเองตามสะดวก ก็ว่าตามนี้จนติดกลายเป็นบทประจำตัว ก็ไว้ใช้เวลาหลังนั่งเสร็จ ก็ แผ่เมตตานิดนึง ตามพิธี เพียงแต่ไม่ได้ใช้บทสากล

Leave a comment »

นั่งไม่คุ้น

กลับมานั่งใหม่ หลังจากไม่ได้นั่งมาสองอาทิยต์เต็มๆ ตั้งแต่งานโคราช ตอด้วยป่วยไข้หวัด 2009 พอกลับมานั่งแล้วรู้สึกไม่คุ้น เหมือนกับต้องเริ่มใหม่ แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะตอนเด็กๆเวลาปิดเทอมนานพอเปิดเทอมขึ้นมาแล้ว เวลาเขียนหนังสือก็รู้สึกจับดินสอแล้วไม่คุ้นมือเหมือนกัน

คิดว่าคงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับเข้าที่เข้าทาง แล้วยิ่งเดยวจะมีหยุดยาวที่นัดจะไปทะเลกะไอ้หยีช่วง เสาร์ถึงพุธที่จะถึงนี้อีก คาดว่าช่วงนั้นคงไม่ได้นั่งอีกกว่าจะปรับตัวได้คงถึงกลางเดือนหน้าแน่ๆ

แต่เรื่องเวลาในการนั่งไม่เป็นปัญหา ยังคงใช้เวลาในช่วงเดิม ตื่นตีห้า อาบน้ำ นั่ง ตอนดึก รอเด็กนอน นั่ง ก็ตามเดิม ไม่เป็นปัญหาอย่างใด

Leave a comment »

ค่ายวิปัสสนา

ก็ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ได้ไปค่ายวิปัสสนาตามที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ก็ได้เรื่องมาตามนี้

ขึ้นรถที่วัดมหาธาตุ บ่ายสามตามที่กำหนด ไปถึงหัวค่ำ ถึงแล้วแทบจะร้องไห้ คือไม่มีใครแนะนำอะไรเลย ต้องคอยถามคนนู้นคนนี้เอาเอง ว่านอนที่ไหน ยังไงต้องทำอะไรบ้าง ก็หลักๆใช้วิธีสังเกตุว่าคนอื่นเขาทำอะไร แล้วค่อยถามเท่าที่จำเป็น เพราะไม่อยากคุยกะใครมากนัก กลัวจะเจอแบบที่ทำให้รำคาญ

ก็ ไปถึง ผู้ชายน้อยมาก เป็นป้าๆกะสาวซะเยอะ นอกนั้นผู้ชายประมาณสิบชีวิต(ทั้งหมด ร้อยกลางๆ) มีที่อายุใกล้กันคนเดียว แล้วก็เขาเคยมาแล้ว เลยอาศัยถามเรื่องที่นอนหมอนมุ้ง

ก็เลยเดินตามเขาไป ไปกันสอนคน คนอื่นไปไหนหมดไม่รู้ ก็เดินขึ้นไปนอนชั้นสี่ เป็นห้องปฏิบัติ พอวางของปุ๊บ เขาก็บอกให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด จะได้มารับศีลก่อน พอวางกระเป๋า เตรียมหยิบของอะไรแล้วก็รอคนที่มาด้วยกันไปด้วย ปรากฏว่า แกนั่งหันหลัง แล้วก็หัวเราะไรไม่รู้คนเดียว ก็เหมือนบ้าๆ ก็ปลอบใจตัวเองว่า อ่อคงคุยหูบลูธูธมั๊ง พอหันมาปรากฏว่าไม่มี เวรละสิ ห้อยพระห้อยลูกประคำด้วย เลี้ยงกุมารป่าวว๊ะ ก็ใจแป๊ว ว่าจะต้องนอนกะไอ้นี่สองคน

ก็ เดินลงไปด้วยกัน ไปอาบน้ำชั้นสอง ผู้หญิงเขานอนและใช้ห้องน้ำชั้นสามกัน ชั้นสี่ไม่มีห้องน้ำ เลยต้องลงไปอาบชั้นสอง พอเข้าห้องอาบน้ำ ห้องใครห้องมัน แกหัวเราะอีกละ หัวเราะดังกว่าเดิมด้วย แล้วไม่ได้พูดอะไรนะ หัวเราะอย่างเดียว ก็เลย เวรละ รีบอาบเลย หลัวสุดๆ อาบเสร็จเลยออกมายีนรอที่ระเบียง หน้าห้องน้ำ รู้สึกกลัวๆ อยากจะกลับบ้านสุดๆ ไม่มีใครให้คำแนะนำอะไรเลย เหมือนมาอยู่คนเดียว ต้องทำอะไรยังไงก็ไม่รู้ ไอ้คนที่พอจะพึ่งได้ก็ดูไม่น่าพึ่งเลย กะว่า นอนคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าจะเก็บของกลับละ เพราะรู้สึกแย่มากๆ

ก็ อาบน้ำอะไรเสร็จ ก็ไปกินข้าว แล้วขึ้นมารับศีลรับพร เสร็จแล้วมีคนผู้ชายไม่แก่มาก มาเรียกว่าให้ย้ายไปนอนอีกตึก เป็นตึกมีแอร์ ก็เลยค่อยยังชั่ว ไม่ใช่เรื่องแอร์นะ แต่เรื่องไม่ต้องนอนกะคนนั้นสองคน ก็เลยดีขึ้น ก็มาเดาเอาทีหลังว่า แกคงเป็นอาการทางจิตเล็กน้อย ประมาณว่าควบคุมจิตไม่ได้ ประมาณนี้มั๊ง เลยต้องมาปฏิบัติ เห็นมีกินยาด้วย แต่ก็ไม่ถาม ก็หลังๆเริ่มชิน พอรับได้ อีกอย่างเพราะมีเพื่อนร่วมห้องนอนแล้วด้วย

การปฏิบัติโอเค สบายๆ ถือว่าหนักพอสมควรสำหรับคนไม่ชิน เรื่องการอยู่อาศัย ดีเลย อยู่กับกลุ่มผู้ชาย ไม่มีใครวุ่นวายสนใจกัน อยู่เหมือนอยู่ตัวใครตัวมัน ไม่คุยกัน ไปนี่ไม่รู้จักชื่อคนผู้ชายเลยสักคน แล้วก็คำที่คุยทั้งหมดนี่ไม่น่าจะเกินร้อยคำ เรียกว่าพูดน้อยมาก ได้อารมพักผ่อนออกห่างจากผู้คนโดยแท้ แม้จะอยู่ในกลุ่มคนก็ตาม

พอไปครั้งแรกรู้เรื่องการวางตัวอะไรแล้วก็ ครั้งถัดไปถ้าได้ไปอีกก็สบายละ ถ้าจะได้ไปอ่ะนะ

ก็เมียไม่ด่ามากเท่าที่กังวล ผิดคาด

การปฏิบัติเน้นการเดิน การทำสติปัฏฐานสี่ การกำหนดนั่ง ใช้ พอง-ยุบ ไม่ใช้อานาปานสติ คือเข้าใจว่าเขาคงอยากให้อยู่ในหมวดกายคตาสติด้วยกันทั้งหมด ล่ะมั๊งนะ

ไปอยู่ได้วันนึงไข้หวัด 2009 ก็เริ่มหาย เรียกว่าเพราะอากาศดีด้วยมั๊ง

เพิ่มเติมไว้เป็นลิสท์ละกัน

  • ได้รู้วิธีเดินจงกรมที่ดีขึ้น
  • รู้ว่า ที่ที่ไปนี้ ชื่อว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่สาขาของมหาลัยจุฬา อย่างที่เข้าใจในตอนแรก เป็นคนละมหาลัยกันเลย
  • อาหาร โดยมากแล้วอร่อย
  • คืนวันเสาร์อดข้าวเย็น เพราะรับศีลแปดหลังข้าวเย็นของวันศุกร์ คืนวันเสาร์ตอนนอน นอนไม่หลับ หิวโคตรๆ ไม่นึกว่าจะหิวถึงขนาดนอนไม่หลับ คราวหลังต้องพกน้ำผลไม้ไปสักสองกล่อง จริงๆเขาก็มีน้ำปานะให้กินนะ แต่ดันให้กินตั้งกะสี่โมงเย็น
  • ช่วงเวลากินข้าวประหลาดมาก เข้าเช้าประมาณเจ็ดหรือแปดโมง ข้าวเที่ยงสิบเอ็ดโมง คือกินถี่ไปอ่ะ
  • ที่ปฏิบัติร้อนโคตรรรรรรร นั่งปฏิบัติเหงื่อแตกพลั๊ก มารู้ว่า ไอ้ที่ไปนี้แจ๊กพอทพอดี เพราะปกติเขาปฏิบัติในห้องแอร์ มีครั้งนี้ห้องแอร์โดนยึด จะเอาไปทำเซเว่น ทำที่ขายหนังสือ เลยโดยย้ายมาปฏิบัติห้องร้อน
  • ได้ทำพิธีวางพระประธาน ที่โบสถ์กลางน้ำของหลางพ่อปัญญา ถือเป็นอีกแจ๊กพอก โบสถ์สวยดี ชั้นล่างเย็นสบายเพราะใกล้น้ำ แต่รู้สึกว่าหลวงพ่อปัญญาท่านเห่อทำอะไรกลางน้ำวุ๊ย
  • บริจาคค่าโครงการไปห้าร้อย ตอนจะควักก็งกๆอยู่ แต่ก็ตั้งใจไว้แล้ว เลยตัดใจควักไปซะ ดีกว่ามาเสียดายที่ไม่ได้ให้ตามตั้งใจทีหลัง
  • กลุ่มผู้หญิงมีจ๊อกแจ๊กบ้างตามภาษาผู้หญิง ดีที่เกิดเป็นผู้ชาย ที่ไปนี้มีผู้หญิงมาคุยด้วยบ้าง ตามปกติที่พอดีว่าเกิดมาเป็นคนหน้าตาเป็นมิตร คนเลยคุยด้วยบ้าง แต่เกรงๆอยู่ว่าครั้งหน้าไปเจากันจะคุยกะเราเยอะป่าว ถ้าได้ไปก็อยากอยู่สงบๆละ
  • คิดถึงคนหลายๆคน อยากชวนมาด้วย โดยเฉพาะคุณเมีย ควรมาอย่างยิ่ง แล้วก็คิดถึงไอ้เอ็ม ไอ้เอ็มมันก็โทรมา เจ๋งหว่ะ ไว้คราวหน้าจะชวนมันมาด้วย ถ้าได้มา แต่รู้สึกสังหรว่าถึงเวลามันจะไม่ว่างมา
  • ไม่มีการสอบอารม เพราะพระอาจารย์คนรับหน้าที่สอนประจำไม่อยู่ เป็นพระรูปอื่นมาแทน ถือเป็นอีกแจ๊กพอท หรือเรามันตัวซวยหว่า
  • บรรยากาศค่อนข้างดี ไม่ชวนกลัวผีสักเท่าไหร่ หรือเพราะผลจากการฝึก หรือเพราะไม่ได้ดูหนังผีนาน หรือเพราะอายุมากแล้ว หรือเพราะมันไม่มีผีจริงๆ
  • ปฏิบัติที่ หอฉัน ตึกโล่งๆ แต่ร้อนผิดคาด คือลมมันไม่ไหลเลย นรกมั่กๆ

จบละ หวังว่าครั้งๆถัดๆไปจะได้มีโอกาสไปอีก แล้วก็หวังว่าคุณเมียจะได้ไปด้วย

Leave a comment »

หลวงพ่อสาคร

พอดีว่างาน MICT ที่โคราช ลืมเซ็นชื่อไปสองชื่อ เลยต้องเดินกลับไปเซ็นให้พี่กุง ก็เลยกะว่าจะไปนั่งช่วงเที่ยงด้วยซะเลย ไปถึงปรากฏว่า เจอพระอีกละ ก็เป็นหลวงพ่อรูปเดิมที่เคยไปคุยด้วย คราวนี้เลยจำชื่อมาจดไว้ กันพลาด เผื่อมีโอกาสไว้ไปเยี่ยมเยียนในอนาคต

ก็ หลวงพ่อชื่อ หลวงพ่อสาคร ธัมมาวุโธ วัดป่ามณีกาญจน์

วันนี้หลวงพ่อเล่าเรื่อง พระบรมสารีริกธาตุเหมือนเคย ก็มีใส่พานมาให้ไหว้ด้วย แต่ไม่ถึงมือ แล้วก็มีแจกซีดีข้อมูลพระบรมสารีริกธาต แต่ไม่ถึงมืออีก เป็นไปได้ แต่ไม่ซีเรียส เพราะได้มาจะเปิดดูป่าวก็ไม่รู้

Leave a comment »

ไม่ได้นั่ง

ก็ ไม่ได้นั่งอีกแว้ว นั่งครั้งสุดท้ายตอนเช้าวันเสาร์ที่โคราช เพราะอ๋องออกไปบ้านแฟน เลยมีเวลานั่งพอสมควร แล้วก็ หลังจากกลับจากโคราชก็ป่วยมาตลอด นี่ก็วันพฤหัสเข้าไปแล้วยังไม่ได้นั่งเลย

Leave a comment »