17/10/2009
· Filed under Uncategorized · Tagged วิปัสสนา, สมาธิ
ช่วงนี้กลับมานั่งได้อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง โดยมากจะเป็นนั่งช่วงเช้านอกห้อง ไม่มีคนกวน และเลิกตั้งนาฬิกาปลุก เพราะเด็กๆปิดเทอมอยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาต้องออกจากสมาธิมากนัก แค่กะๆเวลาเอาเองไม่ให้ไปทำงานสายเกิน
ก็ช่วงแรงตอนเริ่มกลับมานั่งไม่สามารถเข้าสมาธิได้เลย ติดหลุดตลอด เหมือนฝึกใหม่ รู้สึกเสียเวลาและน่าหงุดหงิดมาก เลยปรับใหม่ มาลองเป็นเดินก่อน แล้วค่อยนั่ง เหมือนเวลาเข้าค่ายที่มหาจุฬา ก็ดีขึ้นเยอะ
เลยได้พบว่า จริงๆแล้วความสุขจากวิปัสนากับความสุขจากอารมณ์สมาธินั้นมันคนละรสชาติกัน คือมันอร่อยคนละแบบ
ก็ช่วงนี้เลยปรับเป็นทำวิปัสนาหมดเลย ทั้งเดินทั้งนั่ง มีบ้างที่พาทำนั่งหนอจนเริ่มนิ่งก็ลองปรับจิตเข้าอารมณ์สมาธิดู แต่ทุกครั้งที่เข้าสมาธิจะหลุดตลอด คือจิตฟุ้งซ่านเหมือนปกติ
แต่ถ้าทำนั่งหนออย่างเดียวจิตจะไม่ค่อยหลุด ถึงหลุดก็หลุดไม่นาน แล้วก็ทางในการนั่งจะไม่ค่อยเปลี่ยน คือถ้าหลังตรงก็จะตรงอยู่แบบนั้นเลย จะไม่มีหลังค่อมจะไม่มีตัวเอียง ก็แปลกดี
หวังว่าจะไม่เสื่อมอีก กว่าจะฟื้นเข้าที่แต่ละทีนี่ลำบาก
30/09/2009
· Filed under Uncategorized · Tagged กรรมฐาน, วิปัสสนา
เมื่อเช้าลุกขึ้นมา พยายามจะนั่งให้ต่อเนื่อง ไม่อยากจะหยุด ปรากฏว่านั่งไม่ได้ เพราะง่วงมาก ใกล้จะล้มตัวลงนอนเพราะจะไม่ไหวเอา เลยใส่ความพยายามอีกนิด ดีดตัวขึ้นมา ออกไปเดินนอกห้องดีกว่า
ก็เลยกลายเป็นเดินไปแทน ก็ดีกว่านอน เลยพบว่า สุขจากสมาธิและสุขจากสตินี่มันคนละความรู้สึก และมันแตกต่างกัน คือมันไม่เหมือนกันเลย ก่อนหน้านี้เคยคิดว่า สมถะกับวิปัสสนามันก็คงจะคล้ายๆกัน แต่จริงแล้วมันต่างเลย คือ
สมาธิมันจะนิ่ง สงบ คือเป็นสุขจากความสงบ แต่การมีสตินี่มันไม่สงบเลย คือมีอะไรมันก็รู้ คือรู้ทุกอย่าง มันไม่สงบนิ่ง แต่มันสงบจากการที่รู้แล้วเราไม่ไปปรุงแต่งมัน คือมันเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่เป็นสุขจากการที่เรามีสติ
พบว่า จริงๆแลล้วเดินจงกรมนี่มันก็เพลินดีนะ จิตไม่ค่อยลอยออกนอกสักเท่าไหร่ด้วย เข้าใจเลยว่าทำไมที่ค่ายพระอาจารย์ถึงให้เดินก่อน แล้วค่อยมานั่ง
28/09/2009
· Filed under Uncategorized · Tagged มหาจุฬา, วิปัสสนา
ก็ เมื่อศุกร์ – อาทิยต์ที่ผ่านมา ไปอยู่ค่ายที่มหาจุฬาเช่นเคย
- ครั้งนี้ไปคนเดียว ไม่มีใครไปด้วย
- คนเยอะเป็นพิเศษ น่าจะเฉียดๆ 300
- ก่อนวันไปสักสองสามวัน
- อาการปวดส้นเท้าทุเลาลงอย่างน่าผิดสังเกตุ พอกลับมาแล้วกลายเป็นปวดอย่างเดิม
- ครั้งนี้ปฏิบัติไม่ได้อะไรเลย อาจเพราะไม่ได้ปฏิบัติมานาน + ศีลพร่องอยู่สม่ำเสมอ
- ไม่ได้คุยกับใครมากนัก อยู่แก๊งผู้ชายนี่ดีจริงๆ
- วันท้ายให้กินเจทุกคน เพราะมีปัญหาเรื่องการจัดการกับคนหมู่มากเล็กน้อย พบว่า เข้าค่ายแล้วกินเจก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ ไว้รอบหน้าจะลอง
- เพื่อนฝากทำบุญ เลยเขียนชื่อรวบเป็นใบเดียวกัน ปรากฏว่า เข้าตัดนามสกุลของเพื่อนออก เลยกลายเป็นคนครอบครัวเดียวกันซะ
- ตอนลาศีล 8 สมาทานศีล 5 ผมรับมาแค่ 3ข้อ เว้น 3-4 ไว้
ไว้รอบหน้าว่ากันใหม่
29/07/2009
· Filed under Uncategorized · Tagged ค่าย, มจร, วิปัสสนา
ก็ ไม่ได้เขียนเนื้อหาอะไรลงกลุ่มธรรมะสวัสดีมานานมาก ก็กราบสวัสดีเพื่อนๆกลุ่มธรรมะสวัสดีทุกท่าน พอดีว่าได้มีโอกาสไปค่ายวิปัสสนาของทาง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาราชวิทยาลัยที่อยุธยามาครับ ก็เลยจะมาเล่าบรรยากาศให้ฟัง เผื่อว่าเพื่อนๆจะสนใจไปกัน
โดยปกติแล้ว กิจกรรมที่ทางมหาจุฬาจัดนี้ จะจัดในวันศุกร์ถึงอาทิตย์ ช่วงสิ้นเดือนของแต่ละเดือน แต่บางเดือนก็อาจจะไม่มีครับ ยังไงแล้วกำหนดการโดยละเอียดสามารถดูเพิ่มเติมที่ vipassanathai.com ได้ หรือจะตามข่าวที่กรุ๊ปเมล์ของเรานี้ก็ได้ ผมจะคอยแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกิจกรรมในแต่ละครั้งให้ครับ (ถ้าไม่ลืม และไม่ขี้เกียจนะครับ)
บรรยากาศคร่าวๆ ที่ผมได้ไปมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ (24-26 กรกฏา)

อันนี้เป็นบรรยากาศภายใน มหาลัยครับ เรียกว่าอากาศดีเลยทีเดียว

พระอาจารย์แนะนำสักเล็กน้อย ก่อนเริ่มปฏิบัติ

ลงมือปฏิบัติ เคร่งกันจริงเชียว

นักเรียนบางส่วนมาสอบอารมณ์กับพระอาจารย์

มื้อเช้า เหล่าผู้ปฏิบัติวางตัวกันเรียบร้อยน่ารักดีมากครับ

ก่อนทานต้องกล่าวคำถวายข้าวพระพุทธก่อนครับ

เหนื่อยนักพักกันก่อน ที่หลับที่นอนใช้ได้เลยครับ ไม่ต้องเป็นห่วง

ใครมัวแต่รอหาเพื่อนไปด้วยระวังจะอายคุณยายเอานะครับ คุณยายมาคนเดียว ไม่มีลูกหลานมาด้วย ดูแลตัวเอง มาได้เพื่อนก็ที่มหาจุฬานี่ล่ะครับ มัวแต่กลัวมัวแต่อาย จะขายหน้ายายเอานะครับ
การมาร่วมปฏิบัติก็ เน้นใส่ชุดขาวครับ หรือไม่มีเป็นชุดสีสุภาพก็โอ ก่อนเริ่มพระอาจารย์ก็จะให้ศีล 8ก่อน การเดินทางจะมีรถรับส่งจากวัดมหาธาตุท่าพระจันทร์ในวันศุกร์เวลาบ่ายสามครับ หรือถ้าไม่อยากโดดงานจะตามไปสมทบทีหลังก็ไม่มีใครว่าครับ เพียงแต่แนะนำให้ลงทะเบียนไว้ก่อนดีกว่า เจ้าหน้าที่จะได้วางแผนรับมือกับจำนวนคนได้ถูกครับ การปฏิบัติไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นครับ ตั้งแต่เดินทางจนถึงกลับ
ใครยังกล้าๆกลัวๆ อย่ากังวลนะครับ ขอให้ไปสักครั้ง ให้รู้ ไม่ต้องกลัวเรื่องไปคนเดียวครับ แม้จะน่ากลัวอยู่บ้างถ้าไม่มีเพื่อนไปด้วย แต่ไม่ได้น่ากลัวขนาดที่เราคิดหรอกครับสาบานได้ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีแต่คนแก่นะครับ นายแบบของเราก็เพิ่งจะเริ่มย่างเข้าสู่วัยหนุ่มใหญ่เท่านั้นเองครับ
สำหรับกิจกรรมในครั้งถัดไป เขาจะปฏิบัติกันในวันที่ 7-12 สิงหาครับ ใครจะไปก็ลงทะเบียนตามลิงก์ที่ให้ไว้ทางด้านบนได้เลยครับ ส่วนผมคงได้ไปอีกทีก็คงรอบของเดือนกันยาานู่นล่ะครับ
แล้วเจอกันครับสหายธรรม
21/07/2009
· Filed under Uncategorized · Tagged นั่งสมาธิ, มหาจุฬา, วิปัสสนา, Wife
ก็มีค่ายของ มหาจุฬา อีก เป็นวันเสาร์อาทิตย์นี้ ก็คุยกะคุณเมียว่าจะให้ไปด้วย ก็รอลุ้นว่าจะฝากเด็กๆกะตุ่มได้ป่าว แต่คิดอยู่ว่า คุณเมียจะต้องมีข้ออ้างไม่อยากไป คือมันต้องมีปัญหาอะไรขึ้นมาแน่นอน ก็ เอาว่าถ้ามันไม่อยากไปก็จะไม่เซ้าซี้แหล่ะ
แต่ก็เข้าใจ เหมือนทุกๆคนแหล่ะ ชอบจะบ่นว่า อยากไปปฏิบัติธรรม แต่ไม่ค่อยมีเวลา แต่พอเอาเข้าจริง มีเวลา มีโอกาส ก็จะสร้างข้อแม้ขึ้นมาเพื่อไม่ไปอยู่ดี สรุปง่ายๆว่า ถ้าจะไปซะอย่างมันไม่มีปัญหาหรอก อย่างผมคราวก่อนที่ไปก็ยังป่วยจากหวัดที่โคราชอยู่ แต่ถ้ามุ่งมั่นมันก็ได้หมดแหล่ะ